แสดงรหัสผ่าน
ufabet
บาคาร่า
บาคาร่า
joker

หน้าหลัก ข่าวกีฬา

เปิด ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก 1992-2020

42 views

เปิด ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก 1992-2020

7 ทีมเท่านั้น สโมสรใดคือยอดทีม ที่สร้าง เกียรติประวัติไว้บน ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-2020

เป็นที่ทราบกันว่า ลิเวอร์พูล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่นล่าสุด หลังรอคอยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 30 ปี ขณะที่พวกเขาเขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้ตนเองไว้บน ทำเนียบแชมป์ ลีกสูงสุดของอังกฤษ ด้วยการความแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ไปครอบได้สำเร็จ แทงบอล

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เดินทางมาถึง เกมที่ 37 แล้ว ซึ่ง ลิเวอร์พูล ปิดฉากเกมนัดสุดท้ายในแอนฟิลด์ซีซั่นนี้อย่างสวยงาม ด้วยการอัด เชลซี 5-3 ฉลองแชมป์อย่างสะใจ ก่อนก้าวขึ้นไปรับโทรฟี่แชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปีอย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ หงส์แดง เหลือเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล คือบุกถิ่น เซนต์เจมส์พาร์ก ของ ‎นิวคาสเซิ่ล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 นี้ โดยความน่าสนใจที่เราจะนำเสนอในวันนี้ นั่นก็คือ ทีมที่สามารถครองแชมป์พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงเวลา 28 ปี ที่ผ่านมา

เปิดรายชื่อ 7 สโมสรบน ทำเนียบแชมป์ ลีกสูงสุดแดนผู้ดี นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” เป็น พรีเมียร์ลีก

“ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” (First Division) ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พรีเมียร์ลีก” (Premier League) นับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เริ่มต้นจากแนวคิดของ รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อชั่นนำ ที่เสนอแนวทางการแยกตัวออกจาก “ลีกฟุตบอลอังกฤษ” (English Football League-EFL) มาเป็นชื่อ “พรีเมียร์” ที่เราคุ้นชินนั่นเอง

ขณะที่ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” นับว่าเป็นลีกฟุตบอลอาชีพ ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งเริ่มการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1888 เป็นต้นมา

ทีมที่สามารถครองแชมป์พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ ฤดูกาล 1992-2020

Manchester-United-Premier-League-1992-93
Manchester-United-Premier-League-1992-93
Champions 1992/93 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นการย้ายมาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาลแรกของ เอริค คันโตน่า ผู้ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะ ของ “ปีศาจแดง” ในเวลาต่อมาChampions 1993/94

Manchester-United-Premier-League-1993-94
Manchester-United-Premier-League-1993-94
Champions 1993/94 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เอริค คันโตน่า ยังเป็นแกนหลักพาทีมคว้าแชมป์ เป็นปีที่สองติดต่อกัน

Blackburn-Rovers-Champions-1994-95
Blackburn-Rovers-Champions-1994-95
Champions 1994-95 แบล๊กเบิร์น โรเวอร์ส

แบล็คเบิร์น
ผู้จัดการทีม : เคนนี่ ดัลกลิช
อลัน เชียเรอร์ และ คริส ซัตตัน จับคู่ยิงรวมกัน 49 ประตู
ช่วยให้ทัพ “กุหลาบไฟ” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ

Manchester-United-Premier-League-1995-96
Manchester-United-Premier-League-1995-96
Champions 1995-96 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“เฟอร์กี้” ลบคำสบประมาท เมื่อพาทีม “ปีศาจแดง”
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ภายใต้สโลแกน “เฟอร์กี้ เบ็บส์”
เพราะแกนหลักในทีมใช้เด็กสร้างมากมาย เช่น แกรี่/ฟิล เนวิลล์ , เบ็คแฮม , สโคลส์ , บัตต์ , กิ๊กส์ ขณะที่ เอริค คันโตน่า ยังคงเป็นแกนหลักเช่นเดิม

Manchester-United-Premier-League-1996-97
Manchester-United-Premier-League-1996-97
Champions 1996-97 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นปีแจ้งเกิดของ เดวิด เบ็คแฮม จากการยิงประตูครึ่งสนามในเกมเปิดฤดูกาล จากนั้นมา “หนุ่มเบ็คส์” ก็กลายเป็นนักเตะ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้

Arsenal-Premier-League-1997-98
Arsenal-Premier-League-1997-98
Champions 1997-98 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
คว้าแชมป์โดยมีคะแนนเหนืออันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน

Manchester-United-Premier-League-1998-99
Manchester-United-Premier-League-1998-99
Champions 1998-99 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แมนฯ ยูไนเต็ด ทวงแชมป์คืนจาก อาร์เซน่อล
ด้วยคะแนนห่างเพียง 1 คะแนนเช่นกัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้า ทริปเปิลแชมป์ (แชมเปี้ยนส์ ลีก / พรีเมียร์ลีก / เอฟเอคัพ) “เฟอร์กี้” จึงได้รับการประดับยศให้เป็น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในเวลาต่อมา

Manchester-United-Premier-League-1999-00
Manchester-United-Premier-League-1999-00
Champions 1999-00 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
คว้าแชมป์ด้วยการทิ้งห่างอันดับสองอย่าง
อาร์เซน่อล ถึง 18 คะแนน

Manchester-United-Premier-League-2000-01
Manchester-United-Premier-League-2000-01
Champions 2000-01 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นฤดูกาลที่ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม ในวัย 35 ปี
ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้านักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PFA)

Arsenal-Premier-League-2001-02
Arsenal-Premier-League-2001-02
Champions 2001-02 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
เธียร์รี่ อองรี มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์
และยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีก ด้วยผลงาน 24 ประตู

Manchester-United-Premier-League-2002-03
Manchester-United-Premier-League-2002-03
Champions 2002-03 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“เฟอร์กี้” ประกาศจะเลิกคุมทีมหลังจบฤดูกาล 2001-02 แต่ตัดสินใจคุมทีมต่อ และทวงแชมป์คืนจากอาร์เซน่อล ด้วยกำลังสำคัญอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโว โดยยิงไป 25 ประตู

Arsenal-Premier-League-2003-04
Arsenal-Premier-League-2003-04
Champions 2003-04 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
อาร์เซน่อล เขียนประวัติศาสตร์ให้ตนเอง คว้าแชมป์ไร้พ่าย เป็นทีมแรก นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” มาเป็น “พรีเมียร์ลีก” โดยไม่แพ้ทีมใดเลย จนได้รับฉายาว่า “อาร์เซน่อล ผู้ไร้เทียมทาน” ( The Invincibles )

Chelsea-Premier-League-2004-05
Chelsea-Premier-League-2004-05
Champions 2004-05 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
โชเซ่ มูรินโญ่ โชว์ผลงานพาทีมเชลซี คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Chelsea-Premier-League-2005-06
Chelsea-Premier-League-2005-06
Champions 2005-06 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
โชเซ่ มูรินโญ่ ยังโชว์ความสุดยอดอีกครั้ง จากการพาทัพ สิงห์บูลส์ เชลซี คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

Manchester-United-Premier-League-2006-07
Manchester-United-Premier-League-2006-07
Champions 2006-07 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นปีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มสุดยอด คว้านักฟุตบอลยอดเยี่ยม และนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PFA)

Manchester-United-Premier-League-2007-08
Manchester-United-Premier-League-2007-08
Champions 2007-08 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เป็นปีที่ “ปีศาจแดง” คว้าได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก้าวสู่การเป็นนักเตะระดับโลกอย่างเต็มขั้น ด้วยผลงาน 31 ประตู ครองดาวซัลโวลีก พร้อมคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) เป็นปีที่สองติดต่อกัน และ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรปไปครอง

Manchester-United-Premier-League-2008-09
Manchester-United-Premier-League-2008-09
Champions 2008-09 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ปีสุดท้ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก่อนย้ายไป เรอัลฯ
โดยเจ้าตัวเป็นรองดาวซัลโว ด้วยจำนวน 18 ประตู ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ผงาดคว้าแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน

Chelsea-Premier-League-2009-10
Chelsea-Premier-League-2009-10
Champions 2009-10 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ
คาร์โล อันเชล็อตติ โชว์ผลงานพาทีมเชลซี คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Manchester-United-Premier-League-2010-11
Manchester-United-Premier-League-2010-11
Champions 2010-11 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“ปีศาจแดง” กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุด
ของอังกฤษ มากที่สุดถึง 19 สมัย (ดิวิชั่น 1 เดิม = 7 สมัย, พรีเมียร์ลีก = 12 สมัย) ทำลายสถิติแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัย ของ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ

Manchester-City-Premier-League-20011-12
Manchester-City-Premier-League-20011-12
Champions 2011-12 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : โรแบร์โต้ มันชินี่
ซิตี้ จบฤดูกาลด้วยการมี 89 คะแนน เท่ากับ ยูไนเต็ด จึงเป็นครั้งแรกที่ต้องวัดแชมป์ด้วยผลต่างประตู ได้-เสีย ซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” มีผลต่างดีกว่า “ปีศาจแดง” 8 ประตู ใน ทำเนียบแชมป์

Manchester-United-Premier-League-2012-13
Manchester-United-Premier-League-2012-13
Champions 2012-13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แมนฯ ยูไนเต็ด ทวงแชมป์คืนจาก แมนฯ ซิตี้ ได้ทันที และ เป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นสมัยที่ 20 พร้อมทั้งปิดฉากการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังทำทีมนานเกือบ 27 ปี ( พ.ย.1986 – พ.ค.2013 )

Manchester-City-Premier-League-20013-14
Manchester-City-Premier-League-20013-14
Champions 2012-13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : มานูเอล เปเยกรินี่
มานูเอล เปเยกรินี่ คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่คุมทีม ส่งผลให้ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี

Chelsea-Premier-League-2014-15
Chelsea-Premier-League-2014-15
Champions 2014-15 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
เชลซี คว้าแชมป์มาครองได้ก่อนจบฤดูกาล ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 3 นัด

Leicester-City-Premier-League-2015-16
Leicester-City-Premier-League-2015-16
Champions 2015-16 เลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : เคลาดิโอ รานิเอรี
เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างตำนานแชมป์เทพนิยาย ให้ทั่วโลกต้องจดจำ ด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร (ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 1884) หลังจาก เลื่อนชั้นขึ้นมายังลีกสูงสุดและเถลิงแชมป์ได้ทันที

ขณะที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ทำผลงานพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในชีวิตการคุมทีมเช่นกัน

Chelsea-Premier-League-2016-17
Chelsea-Premier-League-2016-17
Champions 2016-17 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : อันโตนิโอ คอนเต้
เชลซี เก็บชัยตลอดฤดูกาลได้มากที่สุด (30 เกม) ทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ กลายเป็นกุนซืออีกหนึ่งคนใน ทำเนียบแชมป์ ที่สามารถ พาทีมคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Manchester-City-Premier-League-20017-18
Manchester-City-Premier-League-20017-18
Champions 2017-18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
เป้นฤดูกาลที่ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พร้อมกับการทำลาย แทงบอลออนไลน์ สถิติอีกมากมาย

  • เป็นทีมแรกที่เก็บได้ถึง 100 แต้ม
  • ทิ้งห่างอันดับ 2 มากที่สุด (19 แต้ม)
  • เก็บชัยชนะได้มากสุด (32 นัด)
  • ยิงประตูได้มากที่สุด (106 ประตู)
  • ชนะติดต่อกันมากที่สุด (18 เกม)
Manchester-City-Premier-League-20018-19
Manchester-City-Premier-League-20018-19
Champions 2018-19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
แมนฯ ซิตี้ ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ
โดยเก็บชัยในลีกได้มากสุด (32 นัด) เท่าซีซั่นก่อน และเป็นอีกครั้งที่ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแต้มมากกว่าทีมอันดับสอง (ลิเวอร์พูล) แค่ 1 แต้ม

พร้อมทั้งสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกในอังกฤษ ที่คว้า 3 แชมป์ในประเทศได้ในฤดูกาลเดียว (พรีเมียร์ลีก / เอฟเอคัพ / ลีกคัพ)

Liverpool-Premier-League-2019-2020
Liverpool-Premier-League-2019-2020
Champions 2019-20 ลิเวอร์พูล

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์
ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในรอบ 30 ปี และ เป็นการคว้าแชมป์เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล อังกฤษ ด้วยการเหลือเกมการแข้งขันอีก 5 นัดด้วยกัน

ลิเวอร์พูล 1 สมัย หากรวมถ้วยแชมป์ที่ใช้ชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” 18 สมัย รวมทั้งหมด 19 สมัย

ขณะที่ “หงส์แดง” ยังเหลือเกมพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล โดยจะออกเยือน นิวคาสเซิ่ล คืนวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563

เกร็ดน่ารู้

รู้หรือไม่ 7 ทีม ทีสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองตลอด 28 ปี คือทีมใดบ้าง

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย ( ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 7 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 20 สมัย)
  2. ลิเวอร์พูล 1 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 18 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 19 สมัย)
  3. อาร์เซน่อล 3 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 10 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 13 สมัย)
  4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 2 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 6 สมัย)
  5. เชลซี 5 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 1 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 6 สมัย)
  6. แบล๊กเบิร์น โรเวอร์ส 1 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 2 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 3 สมัย)
  7. เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

« | »

Last Update : 23 กรกฎาคม 2020