UFABET

UFABET เว็บไซต์ผู้ให้บริการ พนันออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทยและอันดับ 1 ของเอเชีย มีความมั่นคงทางการเงินสูง ฝากถอนอัตโนมัติ

แชมป์แล้วตกชั้น เปิด 5 แชมป์ลีก ร่วงตกชั้นฤดูกาลถัดมา

แชมป์แล้วตกชั้น ? ใครจะไปคิดว่า ทีมที่ฟอร์มร้อนแรงจนสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดไปครองได้ในฤดูกาลก่อน จะตกชั้นในฤดูกาลถัดมา

นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันเหตุการณ์ ” แชมป์แล้วตกชั้น ” เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

หลายท่านอาจสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า เหตุใดยอดทีมเหล่านั้น ที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้แล้วในฤดูกาลก่อน ถึงทำผลงานไปในทิศทางตรงกันข้าม ชนิดที่ว่า เสียท่าร่วงตกชั้น

UFASTAR356 news ได้รวบรวมข้อมูลพร้อมสาเหตุที่ทำให้ 5 ทีมแชมป์เก่า ร่วงตกชั้นในฤดูกาลถัดมาให้ติดตามกัน

เปิดเรื่องราว 5 ทีมแชมป์ลีกสูงสุดแต่พลาดท่าร่วงตกชั้น

แทงบอล 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (Man City)

แมนฯ ซิตี้ ในยุคของกุนซือ วิลฟ์ไวลด์ (Wilf Wild) สามารถเขียนหน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ตนเองได้สำเร็จ ด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเกาะอังกฤษได้เป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 1936-37

โดย ซิตี้ สร้างสถิติไร้พ่ายถึง 22 เกมติดต่อกัน อีกทั้งยังระเบิดสกอร์ได้ถึง 107 ประตู แต่ทว่าเรื่องไม่คาดคิดดันเกิดขึ้นในซีซั่นถัดมา

ซิตี้ ต้องร่วงตกชั้นในฤกาลต่อมา ทั้งที่ฟอร์มในซีซั่นก่อน พวกเขาเป็นแชมป์ ที่ทำยิงประตูได้สูงสุดในปีนั้น แต่กลับทำผลงานไปในทิศทางตรงกันข้ามโดนคู่แข่งยิงพรุนไป 77 ลูก และ แพ้ถึง 20 นัด จากลงเล่น 42 เกม ตกชั้นแบบสิ้นลายแชมป์ไปตามระเบียบ

เนิร์นแบร์ก (Nürnberg)

เนิร์นแบร์ก ในยุครุ่งเรื่องของ “แม็กซ์ เมอร์เคล” สามารถคว้าแชมป์ บุนเดสลีกา ไปครองได้ในปี 1968

ขณะที่ฤดูกาลถัดมา เมอร์เคล ตัดสินใจยกเครื่อง เนิร์นแบร์ก ด้วยการปล่อยตัวดาวยิงตัวเก่งอย่าง “ฟรานซ์ บรังส์” ชุดคว้าแชมป์ ให้กับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน อีกทั้งยัง ใช้ชุดผู้เล่นหน้าใหม่ พร้อมดึง นักเตะเยาวชนเข้ามาเสริมทีมมากมาย

ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดมากมายในทีม ส่งผลให้พวกเขาโชว์ฟอร์มห่วยแตกถึงขีดสุด และ ต้องตกชั้นไปในฤดูกาลนั้นทั้นที

ขณะที่ เมอร์เคล กุนซือผู้พา เนิร์นแบร์ก คว้าแชมป์ มาปีก่อนหน้า ก็โดนตะเพิดออกจากทีมในช่วง มีนาคม ก่อนที่ทีมจะร่วงตกชั้นเพียงไม่กี่เดือน

เอซี มิลาน (Milan)

เอซี มิลาน ฤดูกาล 1979 สร้างความยิ่งใหญ่ คว้าแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ได้สำเร็จในรอบ 10 ปี แต่ทว่า “ปีศาจแดง-ดำ” ได้เข้าไปผัวพันกับเรื่องการพนันอันอื้อฉาว จนถูกปรับตกชั้นสู่ เซเรีย บี ฤดูกาลถัดมา

เหตุการณ์นี้สงผลสะเทือนไปทั่วทั้งวงการลูกหนังอิตาเลียนโดยตรง ตลอดจนทำให้ นักเตะอื้อฉาวจากหลายสโมสรดัง ถูกรวบตัวเข้าซังเต ในช่วงมีนาคม ปี 1980

ขณะที่ยังมีอีก 4 ทีม ที่ถูกลงโทษด้วยการตัดแต้ม ประกอบด้วย อเวลลิโน่ , นาโปลี , โบโลญญ่า และ เปรูจา อย่างไรก็ตาม “ปีศาจแดง-ดำ” ยังสามารถหวนคืนสู่เวที เซเรีย อา ได้อีกครั้งในซีซั่นถัดมา

เฮอร์โฟลเก้ (Herfolge)

เฮอร์โฟลเก้ ทีมรองบ่อน ม้านอกสายตาขนานแท้ ที่สามารถสร้างปาฏิหารย์ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ เดนมาร์ก ไปครองได้เป็นครั้งแรก และ ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อปี 2000

แต่แล้วฤดูกาลถัดมา พวกเขาต้องร่วงตกชั้นไปในที่สุด ด้วยผลงานเกมรุกอันยอดแย่ และ เกมรับสุดห่วยแตก เฮอร์โฟลเก้ เก็บชัยได้เพียง 7 นัด พร้อมเสีย 65 ประตู

ยูเวนตุส (Juventus)

ยูเวนตุส ยอดทีมจากศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี สามารถ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของแดน มะกะโรนี ไปครองได้สำเร็จเมื่อปี 2006 อีกทั้งยังทำแต้มได้สูงถึง 91 คะแนน

ทว่าเหตุการไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นกับ “ม้าลาย” เมื่อพวกเขาถูกสมาคมฟุตบอลอิตาลี ออกคำสั่งริบแชมป์ พร้อมบทลงโทษปรับตกชั้น ลงไปเล่นใน เซเรีย บี หลังจากมีการสอบสวนพบทีมบอร์ดบริหารสโมสร เข้าไปมีส่วนพัวพันการล็อกผลการแข่งขัน

ซึ่งหลายคนมองว่า คุณภาพนักเตะระดับโลกที่ ยูเวนตุส มีกว่าครึ่งทีม แถมยังมีกุนซือมากประสบการณ์อย่าง ฟาบิโอ คาเปลโล่ แม้ไม่เกิดเหตุการนี้ ยูเวนตุส ยังดีพอที่จะเป็นแชมป์ เซเรีย อา ได้อย่างแน่นอน

ในที่สุดหลังผลการตัดสินบทลงโทษ ยูเวนตุส ต้องกลายเป็นทีมแพแตก เพราะนักเตะดาวดัง อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, จิอันลูกา ซามบร็อตตา , เอเมอร์สัน , แพทริก วิเอรา , อาเดรียน มูตู , ลิยง ตูราม , ฟาบิโอ คันนาวาโร ตบเท้าหาบ้านใหม่ทันที

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เล่นดาวดังคนอื่นๆ อย่าง อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ , จานลุยจิ บุฟฟ่อน , พาเวล เน็ดเว็ด , ดาวิด เทรเซเกต์ , และ เมาโร คาโมราเนซี่ ยังคงไม่ทิ้งทีมจากไปไหน แม้พวกเขาจะต้องลงเล่นใน เซเรีย บี (ลีก 2 ของอิตาลี) หนึ่งซีซั่น

ท้ายที่สุด แชมป์แล้วตกชั้น อย่าง “ม้าลาย” ยูเวนตุส หลังจากได้รับบทลงโทษ ก็สามารถคว้าแชมป์ เซเรีย บี ไปครองได้ในฤดูกาลนั้นทันที และเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุดของอิตาลีได้สำเร็จ

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

เปิดผลงาน 10 สโมสรจาก 5 ลีกดังยุโรปที่สามารถ คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด ในประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน จะมียอดทีม จาก พรีเมียร์ลีก,ลาลีก้า,บุนเดสลีกา,เซเรียอา,ลีกเอิง ทีมใดบ้าง ที่สามารถครองแชมป์ลีกได้เร็วที่สุด

จบลงแล้วสำหรับการแข่งขัน ศึกฟุตบอล ทั้ง 5 ลีกใหญ่ยุโรป ขณะที่ความน่าสนใจที่เรารวบรวมข้อมูลให้ติดตามกัน นั่นก็คือ สถิติผลงานของยอดทีมที่ คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด ในประวัติศาสตร์ 10 อันดับ

10 โคตรทีม คว้าแชมป์ลีกเร็วที่สุด ประกอบด้วย

แทงบอล

อันดับ 10. Arsenal

คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อาร์เซน่อล
กุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 34 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2003-2004

อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนั้นในช่วงต้นฤดูกาล โชว์ฟอร์ม ลุ่มๆดอนๆ เกมออกไปทิศทางเสมอเป็นส่วนใหญ่ หากมองถึงการขับเคี่ยวในฤกาลนั้น มี เพียง 2 ทีม ที่ต่อกรแย่งชิงเจ้าแห่งเกาะอังกฤษ นั่นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล

“ปืนใหญ่” ในฤดูกาลนั้น มีกองหน้าอย่าง เธียร์รี่ อองรี เป็นหัวหอก ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มโหด ลงเล่นไป 37 นัดยิ่งไปทั้งหมด 30 ประตู ซึ่ง อาร์เซน่อล ในปีนั้น อุดมไปด้วย 11 ขุนพลยอดนักเตะอย่าง

ผู้รักษาประตู เยนส์ เลห์มันน์ , เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โคโล่ ตูเร่ ,เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โซล แคมพ์เบลล์ , แบ็คขวา โลร็อง เอตาเม่ , แบ็คซ้าย แอชลีย์ โคล , ปีกขวา เฟรดริค ลุงเบิร์ก , คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

มิดฟิลด์ กิลแบร์โต้ ซิลวา , มิดฟิลด์ ปาทริค วิเอร่า ปีกซ้าย , โรแบร์ ปิแรส

กองหน้า เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ ทั้งหมดช่วยกันพา “ปืนใหญ่” ครองแชม์ปไร้พ่ายเพียงหนึ่งเดียวในศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งสถิตินี้ยังไม่มีทีมใดทำลายลงได้มาจนถึงปัจจุบัน คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อาร์เซน่อล ครองแชมป์ลีกสูงสุด ที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 4 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 90 แต้ม ชนะทั้งหมด 26 นัด เสมอ 12 นัด ไม่แพ้ใคร ทิ้งห่างอันดับ 2 เซลซี 11 คะแนน

อันดับ 9. Manchester United

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
กุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 34 เร็วที่สุดในฤดูกาล 1999-2000

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังแรงไม่หยุดหลังสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้า ทริปเปิ้ล แชมป์ในฤดูกาล 1998-1999 และในฤดูกาล 1999-2000 พวกเขา คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 34 เร็วที่สุดในฤดูกาล 1999-2000 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 4 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 91 แต้ม ทิ้งห่างอันดับ 2 อาร์เซน่อล แบบไม่เห็นฝุ่น 18 คะแนน คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อันดับ 8. Barcelona

บาร์เซโลน่า
กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
คว้าแชมป์ ลาลีก้า สเปน ตั้งแต่นัดที่ 34 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2008-2009

บาร์เซโลน่า ของ กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฤดูกาลนั้นรื้อทีมปรับจูนระบบมากมายด้วยการคว้าตัว เคราร์ด ปิเก้ มาในราคา 5 ล้านยูโร ดานี่ อัลเวส ราคา 29 ล้านยูโร อเล็กซานเดอร์ เคล็บ ราคา 11 ล้านยูโร

พร้อมผลักดัน เซร์คิโอ บุสเกต จากทีมเยาวชนขึ้นมาทีมชุดใหญ่ และได้ อันเดรียส อินิเอสต้า เข้ามาเป็นตัวหลักแทน เดโก้ เพื่อสร้างทีมยุคใหม่

ซึ่งผลงาน ของ เป๊ป เป็นที่ประจักษ์ต่อสายด้วยการบุกไปถล่ม เรอัลมาดริดแชมป์เก่า ถึงถิ่น 6-2 พร้อมเปลี่นทีมที่ตามหลังแชมป์ในฤดูกาลก่อนถึง 18 คะแนน ให้กลายเป็นแชมป์ ที่ทิ้งแต้มห่างอันดับสองในฤดูกาลต่อมาถึง 9 คะแนน

บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ ลาลีก้า สเปน ตั้งแต่นัดที่ 34 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2008-2009 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 4 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 87 แต้ม

อันดับ 7. Manchester United

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
กุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 33 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2000-2001

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พวกเขา คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สามสมัยติดต่อกัน นับตั้งแต่นัดที่ 33 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2000-2001 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 5 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 80 แต้ม จากผลงาน 38 นัด ชนะ 24 นัด เสมอ 8 นัด และ แพ้ 6 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 อาร์เซน่อล 10 คะแนน คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อันดับ 6. Juventus

ยูเวนตุส
กุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้
คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี ตั้งแต่นัดที่ 33 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2013-2014

ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่ง กัลโช่ เซเรียอา ฤดูกาลนั้น นับว่า อุดมไปด้วยผู้เล่นชั่นนำคับทีม ยูเว่ ของ อันโตนิโอ คอนเต้ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ลีก ด้วยการเก็บ 102 คะแนน เป็นเพียงทีมเดียวทที่ทำคะแนนสูงสุดในวงการลูกหนังแดนมะกะโรนี

จากผลงาน 38 นัด ชนะ 33 นัด เสมอ 3 นัด และ แพ้ 2 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 โรม่า 17 คะแนน คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อันดับ 5. Manchester City

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 33 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2017-2018

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในฤดูกาลที่ 2 ของเขา เป๊ปเรียนรู้วิถีฟุตบอลในสไตล์อังกฤษพร้อมปรับจูน “เรือใบสีฟ้า” ให้กลายเป็นทีมแกร่งชนะรวด 18 นัดผงาด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่นัดที่ 33 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2017-2018

ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 5 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 100 แต้ม จากผลงาน 38 นัด ชนะ 32 นัด เสมอ 4 นัด และ แพ้ 2 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 9 คะแนน คว้าแชมป์ลีกเร็วสุด

อันดับ 4. Bayern Munich

บาเยิร์น มิวนิค
กุนซือ จุ๊ปป์ ไฮย์เกส
คว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า เยอรมัน ตั้งแต่นัดที่ 29 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2012-2013

บาเยิร์น มิวนิค หลังจากอกหักมาทั้ง 3 แชม์ปในซีซั่นก่อน พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลใหม่กับ บรมกุนซืออย่าง จุ๊ปป์ ไฮย์เกส

“ปู่จุ๊ปป์” นำลูกทีมทำผลงานสุดยอด คว้าทริปเปิ้ล แชมป์ มาครองได้สำเร็จหลังอัดอั้นมานาน อีกทั้งยังผงาดคว้าแชป์ บุนเดสลีก้า เร็วที่สุดในฤดูกาล 2013-2014 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 5 นัด

จบฤดูกาลด้วยคะแนน 91 แต้ม จากผลงาน 34 นัด ชนะ 29 นัด เสมอ 4 นัด และ แพ้ 1 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 25 คะแนน

อันดับ 3. Bayern Munich

บาเยิร์น มิวนิค
กุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
คว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า เยอรมัน ตั้งแต่นัดที่ 27 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2013-2014

บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การการคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขานำลูกทีมชนะรวดใน 25 เกม เสมอ 2 เกมในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก พร้อมผงาดคว้าแชป์ บุนเดสลีก้า เร็วที่สุดในฤดูกาล 2013-2014 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 7 นัด

จบฤดูกาลด้วยคะแนน 90 แต้ม จากผลงาน 34 นัด ชนะ 29 นัด เสมอ 3 นัด และ แพ้ 2 นัด ทิ้งห่างอันดับ 2 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 19 คะแนน

อันดับ 2. Liverpool

ลิเวอร์พูล
บาเยิร์น มิวนิค
กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-2020 ตั้งแต่นัดที่ 31 และเป็นการเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล อังกฤษ อีกด้วย

ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในรอบ 30 ปี ด้วยการเหลือเกมการแข่งขันอีก 7 นัดด้วยกันโดยลิเวอร์พูลลงเล่น 31 นัด มี 86 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 23 คะแนนจากการลงเล่น 31 นัด มี 63 คะแนน

ลิเวอร์พูล คว้าแชม์ปลีกสูงสุดภายใต้ชื่อ พรีเมียร์ลีก 1 สมัย หากรวมถ้วยแชมป์ที่ใช้ชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” 18 สมัย รวมทั้งหมด 19 สมัย

ขณะที่ “หงส์แดง” ลงเล่นครบ 38 นัด มี 99 คะแนน

  • อันดับ 1. ลิเวอร์พูล (แชมป์) 99 คะแนน
  • อันดับ 2. แมนฯ ซิตี้ 81 คะแนน
  • อันดับ 3. แมนฯ ยูไนเต็ด 66 คะแนน (ผลต่าประตูได้เสียดีกว่าเชลซี)
  • อันดับ 4 .เชลซี 66 คะแนน

อันดับ 1 . Paris Saint-Germain

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
กุนซือ โลร็องต์ บล็องก์
คว้าแชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ตั้งแต่นัดที่ 30 เร็วที่สุดในฤดูกาล 2015-2016

ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดแห่งเมืองน้ำหอม ภายใต้การคุมทีมของ โลร็องต์ บล็องก์ เปแอสเช ในฤดูกาลนั้นคับคั่งไปด้วยดาวเตะชั้นนำอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช , เอดินสัน คาวานี , มาร์โก แวร์รัตติ , อังเคล ดิ มาเรีย , ติอาโก้ ซิลวา , และสตาร์ดังอื่นๆ

โลร็องต์ บล็องก์ ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ผงาดคว้าแชป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส เร็วที่สุดในฤดูกาล 2015-2016 ทั้งที่ยังเหลือโปรแกมการแข้งขันอยู่อีก 8 นัด จบฤดูกาลด้วยคะแนน 96 แต้ม

จากผลงาน 38 นัด ชนะ 30 นัด เสมอ 6 นัด แพ้ 2 นัด ยิงไป 102 ประตู เสียเพียงแค่ 19 ลูก ทิ้งห่างอันดับ 2 ลียงถึง 31 คะแนน

ทั้งหมดนี้ คือ 10 โคตรทีม คว้าแชมป์ลีก เร็วที่สุดจาก 5 ลีกชั้นนำยุโรป นับตั้งแต่ก่อตั้งลีกจนถึง ฤดูกาล 2020

ขณะที่โปรแกรมการแข่งขัน ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมเปิดฤดูกาล 2020-2021 เริ่มแข่ขันนัดแรกในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 และ สิ้นสุดฤดูกาลในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564 ufabet

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

ปล่อยไก่ยังไม่พอ.. หน้าเสีย จนลบโพสต์แทบไม่ทัน ดานิโล่ แบ็กตัวเก่งของ ไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ออกอาการหงุดหงิด ที่ ฟีฟ่า ยกย่อง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ได้แชมป์ ลา ลีกา, พรีเมียร์ลีก และ เซเรีย อา เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว เขาคือผู้เล่นที่สามารถทำได้เหมือนกันกับ “cr 7” เช่นกัน อีกทั้งยังเคยคว้ามีแชมป์ลีกสูงสุด ของโปรตุเกส 2 สมัยอีกด้วย

ดานิโล่ ปราการหลังบราซิเลียน ของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส จัดการหักหน้าสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ จน หน้าเสีย หลังฟีฟ่าระบุข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ว่า แทงบอล 

“คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์เพื่อนร่วมสังกัด เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่คว้าแชมป์ใน 3 ลีกยักษ์ใหญ่ทวีปยุโรป ได้สำเร็จ”

ยูเว่ ผงาดคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ในฤดูกาลนี้ ขณะที่ โรนัลโด้ เป็นหนึ่งในนักเตะสำคัญที่ช่วยให้ ม้าลาย เอาชนะ “ลา ซามพ์” ซามพ์โดเรีย 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และทำให้ทัพ “เบียงโคเนรี่” กลายเป็นแชมป์ลีกสูงสุดแดนมะกะโรนี 9 สมัยติดต่อกัน ได้สำเร็จ

สำหรับประเด็นที่ทำให้ ปราการหลังบราซิเลียน ออกอาการ งุนงง นั้น คือเจ้าตัวดันไปสะดุดกับ ข้อความที่ทาง ฟีฟ่า ได้ร่วมด้วยช่วยกันเชิดชู โรนัลโด้ ด้วยการโพสต์ข้อความใน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ยอดฮิตด้วยการระบุว่า

กัปตันทีมชาติโปรตุเกส เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่ได้แชมป์ลา ลีกา (เรอัล มาดริด) , พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (แมนฯยูไนเต็ด) และ กัลโช่ เซเรีย อา “10 ประตูใน 10 เกมนับตั้งแต่ที่เกมลีกกลับมาแข่งกันต่อ @SerieA_EN ช่วยให้ @Cristiano เป็นนักเตะที่คว้าแชมป์ลีกทั้งในอังกฤษ, สเปน และ อิตาลี ไม่มีนักเตะคนไหนได้แชมป์ 3 ลีก ประเทศไม่มีความสำคัญเมื่อคุณมาจากดาวดวงอื่น”

ดูท่าทางเรื่อง หน้าเสีย นี้อาจจบไม่สวยเมื่อ ดานิโล่ รีทวิตข้อความของสหพันธ์ลูกหนังโลก พร้อม กับใส่ภาพอีโมจิเป็นรูปใบหน้าสงสัย จากกรณีนี้ทำเอา ฟีฟ่า เอะใจ กลับมาตั้งสติ และ รีบจัดการลบโพสต์ดังกล่าวทิ้งทันที เนื่องจาก ฟูลแบ็กเลือดแซมบ้า เป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้แชมป์ 3 ลีกยักษ์ใหญ่ยุโรปเช่นกัน

ดานิโล่ หน้าเสีย

ดานิโล่ ดาวเตะวัย 29 ปี คว้าแชมป์ ลา ลีก้า ร่วมกับ โรนัลโด้ เมื่อสมัยที่เล่นให้กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ฤดูกาล 2017 จากการย้ายไปเล่นให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปี 2018 และมาประสบความสำเร็จกับ “ม้าลาย” ในฤดูกาล 2019-2020

นอกจากนี้ เขายังเคยคว้าได้แชมป์พรีเมียร่า ลีกา โปรตุกีส กับ ปอร์โต้ ในปี 2012 และ 2013 มาแล้วอีกด้วย

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

อัพเดทล่าสุด : 17 พฤษภาคม 2022

บทความ

ป้ายกำกับ